top of page
Search

ไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV จริงหรือไม่?

  • Writer: Fanggy Ramada
    Fanggy Ramada
  • 6 days ago
  • 1 min read

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง สงครามราคาที่แข่งขันกันดุเดือด ไปจนถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เตรียมเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2569


ทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2026 ถูกมองว่าเป็น “ปีชี้ชะตา” ของอุตสาหกรรมรถ EV ไทย และนำมาสู่คำถามสำคัญว่าประเทศไทยมีศักยภาพพอจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ของภูมิภาคได้จริงหรือไม่?


ตลาดรถ EV โตสวนกระแสอุตสาหกรรม


ในช่วงที่ยอดขายรถยนต์รวมของไทยลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี รถยนต์ไฟฟ้ากลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์


งานวิจัยจาก IPSOS สะท้อนชัดว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองรถ EV เป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่าและใช้งานได้จริง” มากขึ้น ไม่ใช่แค่สินค้าทดลองตลาดเหมือนในอดีต


แนวโน้มปี 2026 จึงถูกประเมินว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง หากไม่มีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจรุนแรงเข้ามากระทบ


ตัวเลขชัดเจน: EV ไม่ใช่กระแสชั่วคราว


ข้อมูลไตรมาสแรกปี 2568 ระบุว่า

  • ยอดขายรถยนต์รวมกว่า 67,000 คัน

  • รถไฟฟ้าและไฮบริดคิดเป็นมากกว่า 40% ของตลาด

  • ครึ่งปีแรก รถ EV และไฮบริดเติบโต 21.8%

  • รถ BEV (ไฟฟ้า 100%) เติบโตมากกว่า 50%


ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคเริ่ม “เปลี่ยนใจ” จากรถน้ำมันสู่รถไฟฟ้าอย่างจริงจัง

ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดยังมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอย่างหลากหลาย ทั้งรถซีดาน SUV และรถกระบะไฟฟ้า เช่น Riddara RD6 และ Isuzu D-Max EV ที่กำลังเข้าสู่ตลาด


Motor Show 2025: จุดเปลี่ยนของสมรภูมิ EV


งาน Motor Show 2025 กลายเป็นภาพสะท้อนชัดเจนของการเปลี่ยนผ่าน

  • ยอดจองรวม 77,379 คัน เติบโตเกือบ 45%

  • รถ EV มียอดจองมากกว่า 10,000 คัน

  • BYD / DENZA มียอดจองสูงกว่า Toyota

  • 3 ใน 5 แบรนด์ขายดีที่สุด เป็นค่ายรถไฟฟ้า


แม้ค่ายญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Honda ยังมีบทบาทสำคัญ แต่ก็เริ่มเห็นการปรับตัว เช่น การเปิดตัว Hilux Travo-e BEV รถกระบะไฟฟ้า 100%


สิ่งนี้สะท้อนว่า รถ EV กำลังก้าวจาก “ตลาดเฉพาะกลุ่ม” เข้าสู่ “ตลาดหลัก” อย่างเต็มตัว


ผู้บริโภคเปลี่ยน โดยเฉพาะ Gen Y

กลุ่ม Gen Y กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด EV

ข้อมูลจาก IPSOS ระบุว่า

  • 34% มองรถ BEV เป็นตัวเลือกหลัก

  • ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ฟังก์ชัน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


เทรนด์ Go Green และแนวคิดการใช้พลังงานสะอาด จึงไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่เป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อจริง


ความกังวลลดลง ความมั่นใจเพิ่มขึ้น

แม้ผู้บริโภคยังมีข้อกังวล เช่น


  • ระยะทางวิ่ง (Range Anxiety)

  • ค่าใช้จ่ายระยะยาว

  • สถานีชาร์จ


แต่ปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้กำลังคลี่คลายอย่างเห็นได้ชัด


  • แบตเตอรี่มีระยะทางวิ่งไกลขึ้น

  • มีมาตรฐานการวัดระยะทางที่ชัดเจน เช่น NEDC, WLTP, CLTC

  • สถานีชาร์จขยายตัวครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และเมืองท่องเที่ยว

  • การวางแผนเส้นทางผ่านแอปพลิเคชันทำได้สะดวกขึ้นมาก

สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความกังวล และเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้งานจริง


ไทยมีโอกาสเป็น HUB การผลิตรถ EV หรือไม่?


รัฐบาลไทยตั้งเป้าผลิตรถ EV ให้ได้ 30% ของการผลิตรถทั้งหมด ภายใต้นโยบาย 30@30 ภายในปี 2573


เมื่อพิจารณาจาก

  • การเติบโตของตลาดภายในประเทศ

  • การลงทุนของค่ายรถ โดยเฉพาะจากจีน

  • โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาเร็วขึ้น

  • การสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐ


โอกาสที่ไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV ของภูมิภาคจึง “ไม่ไกลเกินเอื้อม”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดจะอยู่ที่


  • การพัฒนา Supply Chain ภายในประเทศ

  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่

  • บุคลากรด้านเทคนิค

  • ระบบบริการหลังการขายที่รองรับรถ EV จำนวนมากในอนาคต


บทสรุป

ปี 2026 อาจไม่ใช่แค่ปีที่ยอดขายเติบโตแต่อาจเป็นปีที่อุตสาหกรรม EV ไทย “เปลี่ยนสถานะ” จากตลาดผู้บริโภคสู่ฐานการผลิตที่มีบทบาทในภูมิภาค คำถามจึงไม่ใช่แค่ “ไทยจะโตไหม”แต่คือ “ไทยจะโตได้เร็วและมั่นคงแค่ไหน”


ศูนย์ดูแลรถ EV พร้อมรองรับการเติบโตในภาคเหนือ

เมื่อจำนวนรถ EV เพิ่มขึ้น บริการดูแลและซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐานก็ยิ่งมีความสำคัญ


Close-up view of an electric vehicle charging station
A close-up view of an electric vehicle charging station with a sleek design.


 
 
 

Comments


แยกแม่กวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ 09.00 – 18.00 น.

จองคิวเข้ารับบริการ

© EV REPAIR SHOP | Chiang Mai | All Rights Reserved

bottom of page